NeoYui's profilemy space version 0PhotosBlogLists Tools Help

my space version 0

May 26

Pass the Love Forward

สืบเนื่องจากคอนเสิร์ต
Rhythm & Boyd Alumni
เราอดไปดูที่สนามจุ๊บ ทั้งทั้งที่มีคนใจดีขอบัตรไว้เกิน
แต่ก็ติดสอบintro to law ในวันรุ่งขึ้นของคอนเสิร์ต
รู้ว่าคอนเสิร์ตเลิกดึก
เลยขอเป็นเด็กดี หักห้ามใจอ่านหนังสืออยู่กับบ้านดีกว่า
แต่สักพักพออยู่บ้าน ก็มีพี่ของฝ้ายโทรมาบอกว่ามันดูในเน็ทได้ค่ะน้อง
แทบจะกรี๊ด 56Kเนี่ย ดูได้เหรอคะ(ตอนนั้นยังใช้dial-upอยู่)
ได้ค่ะน้อง เพราะพี่ก็ใช้อยู่
เปิดไปเจอพี่น้อยกำลังร้องอยู่พอดีเลย
แทบร้องไห้..ได้ฟังด้วยดีใจจัง
สรุป คืนนั้นก็นั่งอ่านไปฟังเพลงไป
พอจะจบคอนเสิรต
ก็รู้ว่าต้องเป็น
pass the love forward
ก็คืดว่านักร้องทุกๆท่านคงออกมาร้องร่วมกัน
แต่ไม่ใช่เลย
คนที่ออกมาร้องเพลงนั้น
ทำให้คนทั่วสนาม(และคนที่นั่งหน้าจอคอม)วันนั้น
ขนลุก!!
อยากให้ลองฟังกันดูนะ
 
 
ที่นี่ล่ะ
หวังว่าจะชอบเหมือนเรานะ
รู้สึกขนลุก และรู้สึกถึงความรักมันซีมแทรกเข้าไปอย่างลึกที่สุด
ชอบเสียงคุณสันติ ลุนเผ่มานานแล้ว
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าท่านชื่อนี้
 
ถ้านึกไม่ออกว่าคุณสันติคือคนไหน ท่านก็คือ
คนที่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์
ความฝันอันสูงสุดนั่นเอง...
 
ลองร้องเพลงนั้นดูสิ เชื่อว่าคุณก็ขนลุกเหมือนกันอยู่ดี..
เสียงท่านสุดยอด!!!จริงๆ
 
Thanx TOP ณ บอร์ดพรู ที่สรรหาเพลงนี้มาจนได้
ขอบคุณมากๆๆๆ
 
สุดท้ายขอส่งต่อเพลงนี้ให้น้องๆก3 และเพื่อนๆที่มาร่วมสอบเชียร์กัน
ขอบคุณน้องๆที่มีแรงใจจะร้องเพลง
พี่อยากจะบอกว่า เมื่อยมากๆๆๆยืนแทบจะไม่ไหวแล้ว
แต่ก็อยากจะยืนอยู่ตรงนั้น
เพื่อจะดูน้องๆร้องเพลง
น้องเหนือ่ย ไม่ไหวแล้ว
พี่ก็เช่นกัน...
แต่นั่นล่ะ พี่อยากจะยืนอยู่เพื่อที่จะยกมือให้...
ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆจริงๆ
รักกอสามค่า~~
 
April 19

คนไม่ธรรมดาที่ชื่อว่าวินทร์ เลียววาริณ

หลายคนต้องเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้ว
แต่ก็อาจจะไม่เคยได้หยิบงานของเขาขึ้นมาอ่าน
เราเป็นคนหนึ่งคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมากมายอะไรนัก
แต่ก็ค้นพบความเป็นวินทร์
เรียกได้ว่าก็เป็นนักเขียนไนดวงใจเลยทีเดียว
ไม่ใช่เพียงเพราะว่าวินทร์เป็นนักเขียนที่ได้รับรางวัลมากมาย
เช่น ซีไรท์ปี 2540 และ2542
(ประชาธิปไตยบนเส้นขนานและสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน)
แต่เพราะตอนมอสามเรียนเรืองเกี่ยวกับการเมืองในวิชาสังคม
คิดว่าอยากจะลองอ่านหนังสือที่มีสาระดูบ้าง
เลยลองหยิบประชาธิปไตยบนเส้นขนานมาอ่าน
ไม่คิด ว่าตัวเองจะอ่านจบ
มันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออย่างที่คิด
หนังสือเล่มนั้นมันก็คล้ายๆกับนวนิยายนี่เอง
จำได้ว่าตอนอ่านเรื่องนี้จบก็ชอบงานเขาเลยล่ะ
เลยหางานอื่นๆมาอ่านบ้าง
ลองอ่านดูแล้วคุณอาจจะชอบวินทร์นะ
 
หรือว่าถ้าไม่มีเวลาลองอ่านเรื่องสั้นนี้ดูสิ
มันเป็นหนึ่งในเรื่องสั้นที่เราชอบเลยล่ะ
 
 
 
ในโรงหนัง
 
รู้ว่าถ้าไม่เช็ดมันตอนนี้ มดจะตอม แล้วพรุ่งนี้ก็มีงาน ก็จะเพิ่มขึ้นอีก...
รู้ว่าหากผู้จัดการมาตรวจพบ เธออาจต้องออกจากงาน
ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เหลืออีกครึ่งชั่วโมง
ถ้าจะจับรถเมล์คันสุดท้าย เร่งมือหน่อยน่าจะทัน
กวาดตาไปทั่วบริเวณ แม้ในความสลัวก็ยังเห็นว่าพื้นเต็มไปด้วยเศษข้าวโพด
เธอใช้ไม้กวาดโกยเศษข้าวโพดและถุงขนมใส่ในถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่
แกะถุงขนมที่ติดที่ซอกออกอย่างยากเย็น
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนดูหนังชอบยัดถุงขนมที่กินหมดแล้วใส่ในซอก
เอาออกก็ยาก เสียเวลามาก
ดูนาฬิกาอีกครั้ง ป่านนี้ตาเอ๋หลับไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้
ตาเอ๋พึ่งจะสองขวบ ชอบฟังนิทาน
เมื่อคืนเธอเล่านิทานเรื่อง ซินเดอเรลลา ให้เขาฟัง
ตาเอ๋ตาโต เมื่อเล่าถึงตอนที่ซินเดอเรลลาถูกแม่เลี้ยงแกล้งให้ทำงานหนัก
ตาเอ๋ก็หลับปุ๋ย
กวาดพื้นอย่างเร่งรีบ แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นพื้นที่เลอะน้ำ
และกระป๋องน้ำอัดลมหลายกระป๋อง
รอยเท้าย่ำบนน้ำอัดลมเปรอะเป็นทางยาวไปสุดเก้าอี้อีกด้านหนึ่ง
ถอนใจยาว
ทำไมพวกเขาถึงไม่ระวังเลยนะ ทำให้งานของเธอเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
กวาดต่อไม่ได้ ต้องเช็ดพื้นให้แห้งก่อน
วิ่งกลับไปที่ห้องน้ำและกลับมาพร้อมถังน้ำ เช็ดพื้นเสร็จ ก็กวาดต่อ
ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีก เที่ยงคืนแล้ว
กำลังจะเก็บไม้กวาด สายตาก็เหลือบไปเห็นเก้าอี้มีรอยเปียกเลอะ
รู้ว่าถ้าไม่เช็ดมันตอนนี้ มดจะตอม แล้วพรุ่งนี้ก็มีงานก็จะเพิ่มขึ้นอีก
วิ่งกลับไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง พร้อมถังน้ำ เช็ดเก้าอี้ที่เลอะน้ำอัดลม
เสร็จงานจนได้ รีบเปลี่ยนชุดวิ่งแข่งกับเวลาไปที่ป้ายรถเมล์
เห็นท้ายรถเมล์คันสุดท้ายหายลับไปไวๆ
เห็นทีค่าแรงทั้งหมดในวันนี้จะหมดไปกับค่าแท็กซี่
ป่านนี้ตาเอ๋หลับไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้
สัญญากับตาเอ๋ว่าคืนนี้จะเล่าซินเดอเรลลา ตอนจบให้ฟัง
(วินทร เลียววาริณ. วันแรกของวันที่เหลือ 53 เรื่องสั้นแนวทดลอง life in a day 2)
 
หวังว่าจะชอบกันนะ
เราอ่านเสร็จแล้วก็เกิดจิตสำนึก
ไม่อยากแม้กระทั้งทิ้งตั๋วรถเมล์ลงพื้นเลยมั๊งเนี่ย
(ปกติหลุดมือแล้วขี้เกียจเก็บอ่ะ)
 
ลองหางานอื่นๆของเขาดูแล้วคุณจะค้นพบว่า
เขาคือ วินทร์ เลียววาริณ คนที่ไม่ธรรมดา จริงๆ
 
ปล. วันนี้วันเกิดครบ20ปีแล้วล่ะ
555 แต่ทำไมปีนี้ชั้นต้องอ่านหนังสือสอบ
ในวันนี้ด้วยอ้ะ
March 12

the ending of อิคคิวซัง

หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเรียน

แล้วก็การอ่านหนังสือสอบมานาน

ในที่สุดก็สอบเสร็จซะที55555

ถึงคราวนี้จะไม่ได้ปิดเทอม

นานเหมือนตอนอยู่ปี1

เพราะว่าจะลงเรียน

ภาคsummer

แต่ก็รู้สึก

ว่า...

มีความสุขจังเล้ย

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วเปิดไปช่องสาม

เจออิคิวซัง ก็คิดในใจว่าเอ๊ะเราดูมาเป็นรอบที่

เท่าไหร่แล้วเนี่ย ยังไม่ได้ดูตอนจบซักที

น่าจะ4-5รอบได้แล้ว

แต่เคยคิดกันไหมว่า

เรื่องนี้มันจบยังไงฟระ!!!

เหอะๆ พึ่งรุ้สึกว่าตัวเองมีความสุขกับการร้องเพลงอิคคิวอ่า

suki suki suki suki suki suki aishiteru

suki suki suki suki suki suki ikkyusan

ikkyusan

เราก็ดูไปตามปกติ ซักพักเริ่มรู้สึกว่า

เอ๊ะทำไมวันนี้บรรยากาศในเรื่องมันดูเศร้าๆนะ

แปลกมากที่เห็นอิคคิวไปซื้อของแพงๆกับคิเคียวยะ

ซื้ออะไรสักอย่างเนี่ยแหละมาให้กับชินเอมอน

แล้วสักพักอิคคิวซังก็ให้ของบางอย่างที่ได้รับจากพระบิดา

แก่ยาโยซัง(เอ๊ะ ชื่อนี้เป่าหว่าที่เป็นเด็กญผู้จุกใส่ชุดยูกาตะสีแดงอ่า)

เหมือนจะเป็นการลาจาก..

พอถึงตอนนี้ได้ดูก็เริ่มรู้สึกว่าเฮ้ย นี่มันตอนจบนี่

ใช่ใช่ นี่ต้องเป็นตอนจบแน่ๆอ่า

รู้สึกใจหายเหมือนกัน

เพราะเคยคิดว่าตอนเด็กๆว่าอิคคิวซังมันดูเรื่อยๆ

เหมือนโดเรมอนอ่า ไม่เคยคิดว่ามีตอนจบอ่า

แล้วอิคคิวก็ไปลาหลวงพ่อ

แล้วก็ไปลาเพื่อนๆเณรน้อยด้วยกัน

ตอนที่พวกเขานอนหลับอยู่

แล้วอิคคิวก็ออกเดินทางออกจากวัดอังโคคคุจิ

ชอบฉากนี้นะ เพื่อนๆเณรออกมานั่งขวางประตู

แล้วก็ตัดพ้อต่อว่า ว่า

ทำอย่างนี้ได้ยังไงอ่าอิคคิว จะไปกันก็ไม่ลาซักคำ

อิคคิวก็บอกว่า มันรู้สึกใจหาย แล้วชินเอมอนกับเด็ก ญคนน้าน

ก็วิ่งมาเพราะฉุกใจคิดได้ว่า สงสัยอิคคิวจะจากไปแน่แล้ว

ทุกคนก็มาลา แล้วบอกว่า

เราจะรอนะ รอวันที่นายกลับมาเสมอ

โอ้ย บรรยากาศดูซึ้งๆหม่น

ในที่สุดอิคคิวก็ได้ออกเดินทางธุดงค์แสวงหาพระธรรม

February 04

ฉากจบLover in Paris

เราว่าหลายๆคนที่ได้ดูเรื่องนี้คงมีอาการเช่นเรา
เอ้ย อะไรกันเนี่ย งงมากๆ
หนังไทยไม่ค่อยได้ทำฉากจบแบบนี้
คือทิ้งไว้ให้คิด เพราะถ้าทำมันมีเสียงก่นด่าตามมา
เช่นยายเราเป็นต้น วันนี้นั่งดูlover in Parisด้วยกัน แล้วยายก็ด่าเละเลย
"เฮ้ย ทำไมมันจบห้วนๆอย่างนี้อ้ะ +......อีกมากมาย"
ก่อนหน้านี้ที่เราดูจากCDจบด้วยความกินไม่ได้นอนไม่หลับ
จึงได้หาทางออกโดยการถามเพื่อนหลายๆคน(ก็คิดไม่ตรงกันอยู่ดี)
จนสุดท้ายมาหาคำตอบได้ในบอร์ดของพันทิบ
ซึ่งมีคนเอาคำที่สัมภาษณ้ผู้กำกับมาให้ได้อ่านกัน
 
 
ไปอ่านดูแล้วรู้สึกกระจ่างในหลายๆอย่าง
เรื่องนี้สับสนตรงที่ใช้นักแสดงเดิมในcharacterที่ต่างกัน
เลยทำให้คนดูงงในตอนท้ายแฮะว่า
เฮ้ย ตกลงมันเป็นความฝันหรือเปล่าเนี่ย(ช่องเจ็ดตั้งชื่อสวยหรูมาก ฝันรักปารีส)
สรุปว่ามันมั่วนี่คร้าบ เรื่องทั้งหลายมันเป็นเรื่องจริงนะเฟร่อย
ช่องเจ็ดนี่เกือบทำให้เรางอนเรื่องนี้ไปแล้วนะเพราะคิดว่าที่ดูทั้งหมด
20แผ่นมันเป็นความฝัน (โชคดีมาหาข้อมูลเจอในพันทิพเหอะๆ)
ลองไปอ่านกันดูแล้วจะกระจ่างเช่นเรา....
 
เมื่อวานมีงานบายเนี่ยร์ที่คณะ
แต่ว่าเราก็อยู่ไม่ได้แฮะ ได้แต่ช่วยลงทะเบียนแค่นั้น
อยู่ไม่ถึงบายศรีพี่ๆ
ขอโทดด้วยนะค้า
มันตรงกับวันคืนสู่เหย้าเตรียมด้วยพอดีเลย
ตั้งใจตั้งนานแล้วว่าจะไปงานคืนสู้เหย้า
แล้วอยู่ดีๆวันหนึ่งก็มารู้ว่าตรงกับบายเนียร์คณะพอดี
แต่ก็ต้องตัดสินใจโดดไปงานคืนสู้เหย้าเพราะอยากเจออาจารย์และเพื่อนๆ
งานนี้เจออาจารย์ประจำชั้นสามปีรวด ไม่น่าเชื่อ
ทั้งอ.เผด็จ อ.นัฏฐิณี แล้วก็อ.สุขุมาลย์(รายหลังนี่ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่แฮะ)
แอบเห็นอาจารย์บุญเสริมด้วยแฮะ พึ่งรู้ว่าเป็นศิษย์เก่าเตรียมเหมือนกัน
อาจารย์แบ่งเวลาดีมากเลย เพราะตอนเราลงทะเบียนอยู่แอบเห็นอาจารย์ไปดูแล
เรื่องงานบายเนียร์ที่คณะก่อน แล้วตอนเย็นยังปลีกตัวมางานเลี้ยงรุ่นได้อีก
จำคอนเซ็ปงานไม่ได้ น่าจะเป็น ต.อ. ต้นกล้าของแผ่นดิน หรืออะไรสักอย่าง
แต่การแสดงปีนี้สวยงามขึ้นนะ จุดพลุตั้งสามรอบ แสงเสียงก็ดี
มีการฉายแสงให้เป็นรูปภาพไปยังตึก 60 ปีสัตวแพทย์ศาสตร์ซึ่งเป็นตึกสีขาว
ทำให้เป็นฉากหลังได้อย่างดีเลย สวยงามจริงๆ
ถึงปีนี้เพื่อนจะมาน้อยลง แต่เราก็ยังดีใจนะที่ได้เจอเพื่อนๆ
ขอบคุณมากที่มาเจอกัน แล้วปีหน้าก็หวังว่ายังจะเจอกันอีกนะเว่ย
January 22

The Style by Toyota

ถ้าใครมีโอกาสได้เดินผ่านไปมาในสยามแสควร์
คงได้เห็นตึกที่สร้างอยู่หลังโรงหนังลิโด้
ตอนแรกเราก็คิดว่า "shopping mallเปิดอีกแล้วเหรอวะเนี่ย แค่นี้ก็เดินไม่ทั่วแล้ว"
ปรากฎว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดแฮะ
มันคือ โตโยต้าสยามแสควร์ขอรับท่าน
มีการจัดงานเปิดตัว3วัน3คืน(โอ้ยเกือบเท่าพารากอนแล้วเนี่ย)
เมื่อวันศุกร์หลังจากพี่กันแล้วก็พี่ดิวเลี้ยงสายรหัสเสร็จก็มีโอกาสได้ไปดูงานเปิดตัว
อลังการมากๆ ขอบอก ปิดถนนอ้ะ แล้วก็เริ่มต้นด้วยการเดินแฟชั่นโชว์
แล้วก็มีคอนเสิร์ต... หุหุ ถือว่าเป็นอะไรใหม่ๆในสยาม(หลังจากrottiboy)
ลองแวะไปเยี่ยมชมกันดู...มีตั้งสี่ชั้นแน่ะ
รูปงานจาก taKLONG.com โดย คุณpenguin (ไปจิ๊กเค้ามาจ๊ะขอให้creditเค้าหน่อยขอรับ)
 
พูดถึงล๊อตตี้บอยแล้ว ตอนนี้ก็ยังคงข้องใจ
ไม่น่าเชื่อครับท่าน
คนมันยังไม่เลิกเห่อกัน
แถวยาวกว่าวันแรกที่เค้าแจกฟรีเสียอีก
ชิ้นละ25บาท คนนึงซื้อกันไปน่าจะเฉลี่ยคนละสี่ห้าชิ้น
ขายดีอย่างไม่น่าเชื่ออ้ะ
ทำไมคนอื่นบอกว่าอร่อยเนี่ย
เราว่าโรตีแถวบ้านยังอร่อยก่าอีก มีให้เลือกทั้งกาแฟ ช็อคโกแลต น้ำพริกเผา
ลูกเกด กล้วย เผือก นม น้ำตาล+...........มากมายอ่า ชิ้นละห้าบาทเอง
ของrottiboyก็แค่เอาขนมปังมาแล้วใส่โรตีไว้ข้างใน มีอยู่สองรสเองม๊างคือ
กาแฟกับออริจินัล(หรือกาแฟอย่างเดียวก็ไม่รู้แฮะ)
ถ้าใครมีเวลาว่างสักครึ่งชั่วโมงลองไปต่อแถวดูละกัน
ซอยเดียวกับดังกิ้นอ้ะ หาร้านไม่เจอก็เดินตามกลิ่นกาแฟไปแล้วจะเห็นคนมากมายต่อแถว
ร้านนั้นอะแหละ(แต่ขอย้ำต้องว่างครึ่งชั่วโมงขึ้นไปเพราะว่าคนเยอะมากกๆๆๆๆ)
 
สำหรับเราไม่ซื้อกินอีกแน่นอน ยกเว้นว่าจะมีใครเอามาให้กินฟรี รับเสมอ^^
 
December 30

senior tripสุดซึ้ง...

เป็นทริปที่เกือบจะไม่ได้ไปแล้วด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง

แต่ในที่สุดก็ได้ไปจนได้...แล้วก็ค้นพบว่า มันคุ้มค่าจริงๆ^^

ตอนวันแรกๆแอบกลัวว่าเพื่อนๆไปกันน้อยจะต้องไม่สนุกแน่ๆ

แต่ถึงจะไปกันน้อยแต่เราก็สนุกนะ

แต่ถ้าเพื่อนๆไปกันมากกว่านี้คงจะต้องสนุกมากๆแน่เลย

มีเรื่องอยากจะบรรยายหลายอย่าง

แต่รู้สึกว่าพิมพ์ยังไงก็คงยาวมาก เพราะเล่าทางโทรศัพท์ยังเป็นชั่วโมงๆ

ยังรู้สึกว่าไม่สามารถบรรยายได้อย่างที่รุ้สึกเลย

ขอพูดถึงงานบายเนียร์เลยละกัน...

การบายเนียร์ที่ต่างจังหวัดบรรยากาศดีมากๆ

ลองจินตนาการดูนะ ณ ชายหาดริมทะเล เวลาประมาณเกือบห้าทุ่ม ได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง ลมทะเลพัดเอื่อยๆสูดหายใจแล้วรู้สึกสดชื่น ที่ริมหาดนั้น เป็นชายหาดส่วนตัวมากๆ ไม่มีแสงอื่นใดนอกจากแสงจากเปลวเทียนที่จุดไว้... ด้วยความเงียบสงบพอร้องเพลงซึ้งๆยังไม่ทันบายศรี น้ำตาก็เอ่อล้นปริ่มนัยตาซะแล้ว....ปีหน้าไปจัดกันอย่างนี้เหอะ มันซึ้งมากจิงๆนะ

พอคิดแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะเนี่ย พี่ๆปีสี่กำลังจะจากไปอีกปีแล้วเหรอ...

จากที่เราได้เห็นพี่ๆทุกวัน ถึงบางทีจะไม่ค่อยได้เข้าไปคุยก็เถอะ

มันก็ใจหายนะ รู้สึกเหมือนว่า มันอีกแปปๆพี่พี่ก็จะหายไปอีกแล้ว

ถึงพี่ๆจะบอกว่า เดี๋ยวพี่กลับมาอยู่แล้วล่ะ ไม่ได้ห่วงๆ

มันก็ไม่เหมือนเดิมหรอกนะคะ เพราะเมื่อก่อนเราได้เห็นกันทุกวัน

เห็นพี่ๆนั่งอยู่ตรงนั้นตรงโต๊ะม้าหินอ่อน แล้วก็นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน

มันเป็นความมีชีวิตชีวาอย่างหนึ่งเลยที่ได้เห็นทุกๆวัน...

พอผ่านไปอีกปีจะต้องคิดถึงภาพอย่างนั้นมากแน่ๆเลย

สุดท้ายนี้ คงอีกไม่นานสินะที่จะได้ยินเสียงแหลมมาเรียกว่า "น้องรหัส"ที่เคยได้ยินเป็นประจำเวลาเข้ากรุ๊ป แล้วมีพี่กันนั่งอยู่ คงอีกไม่นานที่จะได้ยิน คิดแล้วใจหายจัง พี่กันบอกว่า ไม่ได้ยินเสียงชั้นก็ฝากเรียกน้องแทนละกัน หึหึ แล้วยุ้ยต้องตะโกนยางไงให้เหมือนพี่กันเรียกน้องตาลละ ยุ้ยคงเรียก ว่านังเด็กแรดไม่ได้อารมณ์เท่าพี่กันแน่ๆ555+ คิดถึงเสียงที่พี่กันเรียกพี่แนนด้วยอ้ะ "น้องรหัสอ้วน.." หุหุ ชอบเห็นพี่กันกอดกับพี่แนนจัง รู้สึกเหมือนเห็นแม่กับลูก อิอิ มันดูอบอุ่นมากเลยน้า^^

 

ไปทริปคราวนี้ทำให้ได้คุยกับน้องๆมากขึ้น

แล้วก็พี่บางคนที่ไม่เคยคุยเลยซักคำ

พึ่งมารู้จักคราวนี้แล้วก็ได้นั่งเมาท์กัน

รู้สึกดีมากๆเลย...รักพี่รักน้องชาวA3

ขอขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ทริปนี้มีชีวิตชีวา

สุดท้ายนี้จะลืมไปไม่ได้คือ เพือ่นๆที่ไปร่วมชะตากรรมกับเรา

อันมีรายนามดังนี้.... นู๋เกด นู๋เอม ยัยนุ๊ก เจ๊เจน พี่คิง ไอ้ต่าย ปอบาน เจ๊ดอย กอฟฟี เอคุง แล้วก็สามสาวชาวbba  ขอบคุณที่ไปร่วมชะตากรรมกันนะเว่ย รักพวกแก...

เราสนุกมากโดยเฉพาะตอนนอนร้องเพลงกันอ้ะ ร้องกันไปเยอะมาก

กลับมาบ้านเสียงแหบเลยว่ะ...โอ้ยแล้วก็อีกหลายอย่างที่จะเป็นความทรงจำไปอีกยาวนาน

เพื่อนๆที่ไม่ได้มา ตอนเราไปเราคิดถึงพวกแกนะเว่ย อยากให้พวกแกได้รับความสนุกความสุขความเศร้าความซึ้งเหล่านี้ด้วยกัน แต่เราเข้าใจพวกแกว่าอยากมากันแต่ไม่สามารถจะมาได้...

อย่าลืมนะเว่ย ปีหน้า พวกเราปีสองจะต้องไปกันเยอะๆนะ

 

สุดท้ายจริงๆ รักกอสาม

December 13

for วิ่ง...

 
ตอนไปงานศพแม่ของวิ่งเราคิดถึงเพลงนี้นะ
คิดถึงมากๆเลย เราคิดว่าคุณแม่คงต้องคิดอย่างนี้อยู่ตลอด
วิ่งเข้มแข็งมาก ที่ยังยิ้มให้เพื่อนๆได้อย่างสดใสเช่นเคย
เราดีใจที่วิ่งเข้มแข็งอย่างนี้...
สุดท้ายนี้ โรคมะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัวมาก
ควรกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่และคนที่เรารักไปตรวจสุขภาพกันเถอะ
 
รักเธอจนจบชีวิต
 
ได้ยินฉันไหม ได้ยินหรือยัง
อย่าพึ่งร้องไห้ ได้โปรดตั้งใจฟัง
เพราะตั้งแต่นี้ เราคงไม่ได้พบกันอีก
 แต่ฉันสัญญา ว่าจะรักเธอจนจบชีวิต
 
ไม่ได้คาดคิด ไม่มีสัญญาณ
ไม่ทันรับรู้ ว่าจะไม่ได้กลับบ้าน
นับตั้งแต่นี้ เราคงไม่พบกันอีก
แต่ฉันสัญญา ว่าจะรักเธอจนจบชีวิต
 
ฉันรู้...อีกไม่นาน
เวลาของฉันก็คงพ้นผ่าน
พรุ่งนี้...หากเธอยังรับไม่ได้
อยากขอให้เธออดและทนเอาไว้
อย่ายอมแพ้นะ อย่ายอมแพ้ใจ
อย่าพึ่งสิ้นหวังจงลุกขึ้นให้ไหว
นับจากบัดนี้เราคงไม่พบกันอีก
แต่ฉันสัญญาว่าจะรักเธอจนจบชีวิต
 
ได้ยินฉันไหม ได้ยินหรือยัง
อย่าพึ่งร้องไห้ ได้โปรดตั้งใจฟัง
เพราะตั้งแต่นี้จะไม่ได้พบเธออีก
แต่ฉันสัญญาว่าจะรักเธอจนจบชีวิต
แม้ตั้งแต่นี้จะไม่ได้พบกันอีก
แต่ฉันนั้นภูมิใจที่ได้รักไปจนจบชีวิต
รักเธอจนชั่ว...ชีวิต ได้รักจนจบ...ชีวิต
รักเธอจนหมด...ชีวิต
 
พิมพ์เองเลยนะเนี่ย....
 
Photo 1 of 1

NeoYui Makkana

Occupation
There are no music lists on this space.
No list items have been added yet.